
14 วัน 5 ประเทศ ทุกช่วงมีรถไฟตรง และ eSIM แบบภูมิภาคใบเดียวที่ติดตั้งครั้งเดียวก่อนออกเดินทางก็ครอบคลุมทั้งทริป แผนที่ ตั๋ว และแชตรวมกันราว 500 MB ถึง 1 GB ต่อวัน แพ็กเกจ 10 GB จึงพอสบายสำหรับสองสัปดาห์ โดยไม่ต้องตามหาร้านซิมที่ชายแดน
นี่คือเส้นทางที่คนเลือกมากที่สุดสำหรับทริปรถไฟยุโรปครั้งแรก เหตุผลที่มันลงตัวคือทุกช่วงมีรถไฟตรง อัมสเตอร์ดัมไปเบอร์ลิน เบอร์ลินไปปราก ปรากไปเวียนนา เวียนนาไปบูดาเปสต์ ครบ 5 ประเทศโดยไม่ต้องขึ้นเครื่องบินหรือเช่ารถ จุดที่คนเสียเงินเปล่าคือเรื่องดาต้า ไม่ปล่อยโรมมิ่งของเบอร์เดิมเปิดทิ้งไว้ ก็ไล่ซื้อซิมท้องถิ่นทีละประเทศ ทั้งสองอย่างไม่จำเป็นเลย แพ็กเกจภูมิภาคเดียวครอบคลุมทั้งเส้นทาง เหลือให้ตัดสินใจแค่ว่าจะซื้อดาต้าเท่าไร
14 คืนแบ่งลงตัวใน 5 เมือง เมืองละ 2 หรือ 3 คืน และไม่มีวันไหนที่หมดไปกับรถไฟทั้งวัน ทุกช่วงเป็นขบวนตรง จึงไม่ต้องลากกระเป๋าวิ่งข้ามชานชาลาเพื่อต่อรถใน 4 นาที เวลาเดินทางเป็นตัวเลขคร่าวๆ เพราะตารางเดินรถเปลี่ยนตามฤดูกาล ควรเช็กอีกครั้งตอนจอง
| ช่วง | ขบวน | เวลาเดินทาง | จำนวนคืน |
|---|---|---|---|
| อัมสเตอร์ดัม (เนเธอร์แลนด์) | บินเข้า | - | 3 |
| อัมสเตอร์ดัม → เบอร์ลิน (เยอรมนี) | ICE โดย NS International และ DB | ราว 5 ชม. 50 นาที | 3 |
| เบอร์ลิน → ปราก (เช็ก) | EuroCity โดย ČD และ DB | ราว 4 ชม. 30 นาที | 3 |
| ปราก → เวียนนา (ออสเตรีย) | railjet ของ ČD และ ÖBB หรือ RegioJet | ราว 4 ชม. | 2 |
| เวียนนา → บูดาเปสต์ (ฮังการี) | railjet หรือ EuroCity โดย ÖBB และ MÁV | ราว 2 ชม. 40 นาที | 3 |
ถ้าตั๋วเครื่องบินขากลับออกจากอัมสเตอร์ดัมแล้วถูกกว่า จะวิ่งเส้นทางกลับด้านก็ได้ เรื่องดาต้าทั้งหมดด้านล่างไม่เปลี่ยนตามทิศทาง
ทั้ง 4 ขบวนมีบุคลิกต่างกันพอสมควร รู้ว่าขบวนไหนเป็นแบบไหนจะช่วยตัดสินใจได้ว่าต้องจองที่นั่งไหม ควรนั่งฝั่งไหน และต้องถึงสถานีก่อนกี่นาที
อัมสเตอร์ดัมไปเบอร์ลินเป็นช่วงที่ยาวที่สุด และตอนนี้เป็นขบวน ICE แทน Intercity แบบเดิมแล้ว NS International วิ่งวันละ 5 เที่ยว จากสถานีอัมสเตอร์ดัมเซ็นทรัลถึงสถานีกลางเบอร์ลิน ใช้เวลาไม่ถึง 6 ชั่วโมง มีตู้เสบียง ปลั๊กทุกที่นั่ง และไวไฟบนขบวน การจองที่นั่งไม่ได้บังคับ แต่ผู้ให้บริการเองแนะนำให้จอง ควรทำตาม เพราะการยืนอยู่ตรงประตูตั้งแต่แถวฮันโนเวอร์ในระยะทางขนาดนี้ถือเป็นการเปิดทริปที่เหนื่อยเกินไป ออกช่วงสายจะถึงทันมื้อเย็นพอดี
เบอร์ลินไปปรากคือช่วงที่จำได้นาน ขบวน EuroCity วิ่งทุกสองชั่วโมง ใช้เวลาราว 4 ชั่วโมงครึ่ง ช่วงท้ายจากเดรสเดนถึงชายแดนเช็กเลาะหุบเขาแม่น้ำเอลเบอ ฝั่งหนึ่งเป็นแม่น้ำ อีกฝั่งเป็นหน้าผาหินทราย ตอนนี้ส่วนใหญ่ใช้ตู้ Comfortjet ของเช็กซึ่งมีตู้เสบียงเต็มรูปแบบ ฝั่งหุบเขาอยู่ทางขวาของทิศทางเดินรถเมื่อออกจากเบอร์ลิน และควรมองเดรสเดนเป็นเมืองที่ลงไปเดินได้จริง ไม่ใช่แค่วิวที่เลื่อนผ่านหน้าต่าง

ปรากไปเวียนนาเป็นช่วงที่มีตัวเลือกจริงๆ ขบวน railjet ของ ČD และ ÖBB ถี่ที่สุดที่วันละ 9 ถึง 10 เที่ยว ถึงสถานีกลางเวียนนาในเวลาไม่ถึง 4 ชั่วโมง ส่วน RegioJet ซึ่งเป็นเอกชนมีเที่ยวน้อยกว่าแต่ค่าโดยสารถูกกว่า รวมที่นั่งมาให้เสมอและมีบริการบนขบวน ไม่มีคำตอบตายตัว ถ้าเวลาถูกล็อกไว้แล้วให้เลือก railjet ถ้างบสำคัญกว่าเวลาออกเดินทางให้เลือก RegioJet
เวียนนาไปบูดาเปสต์เป็นช่วงสบายๆ และเป็นเหตุผลที่ให้เวลาเวียนนาน้อยลงได้ ÖBB และ MÁV วิ่งจากสถานีกลางเวียนนาถึงสถานีเคเลติของบูดาเปสต์ทุกชั่วโมง ด้วย railjet หรือ EuroCity ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง 37 นาที การจองที่นั่งเป็นทางเลือก ราคาไม่กี่ยูโร และคุ้มที่จะจองในหน้าร้อน เพราะวิ่งทุกชั่วโมง ช่วงนี้จึงเป็นช่วงเดียวที่เดินไปสถานีเฉยๆ ก็ได้
บนเส้นทางนี้มีของสองอย่างที่ขายแยกกัน และการสับสนระหว่างสองอย่างนี้คือความผิดพลาดที่แพง ตั๋วโดยสารคือสิทธิ์ในการเดินทาง ส่วนการจองที่นั่งคือเก้าอี้ตัวนั้นบนขบวนนั้น สิ่งที่ต้องวางแผนล่วงหน้าใน 4 ช่วงนี้คือตั๋วโดยสาร ส่วนการจองที่นั่งคือค่าความสบายใจไม่กี่ยูโร
บัตร Interrail ตอนนี้รวมสิ่งที่เคยขายในชื่อ Eurail เข้าไปด้วย ถ้าจะเดินทางไกลกว่า 5 เมืองนี้ หรืออยากตัดสินใจเป็นวันๆ ก็คุ้มที่จะเทียบกับยอดรวม แต่บัตรไม่ใช่ที่นั่ง ยังต้องจองที่นั่งแยกเป็นขบวนไป ถ้าวิ่งแค่เส้นทางนี้พอดี ตั๋วล่วงหน้า 4 ใบที่ซื้อไว้เนิ่นๆ มักชนะ
ช่วงวันหยุดยาวหรือกลางฤดูร้อนอาจมีวันที่เต็ม แต่ทั้ง 4 ช่วงไม่มีทางตัน
เมืองละ 2 ถึง 3 คืนพอให้เห็นเมืองจริงๆ โดยไม่รู้สึกว่าใช้ชีวิตอยู่บนรถไฟ แต่ละเมืองทำหน้าที่ต่างกันดังนี้
อัมสเตอร์ดัมเป็นจุดลงเครื่องที่ง่ายที่สุด จากสนามบินนั่งรถไฟราว 15 นาทีถึงใจกลางเมือง และเดินได้จากฝั่งหนึ่งถึงอีกฝั่ง 3 คืนพอสำหรับพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ล่องคลองหนึ่งรอบ และทริปออกนอกเมืองหนึ่งวัน

เบอร์ลินเป็นเมืองเดียวที่ 3 คืนยังรู้สึกสั้น การวางช่วงเดินทางยาวไว้เป็นลำดับที่สองทำให้จบเรื่องนั้นไปเร็ว และเหลือเวลาให้เมืองที่เหมาะกับการเดินซึมซับมากกว่าการไล่เก็บสถานที่

ปรากเป็นเมืองที่มาถึงได้สวยที่สุดใน 5 เมือง เพราะเข้ามาด้วยเส้นทางที่ลัดเลาะหุบเขาแม่น้ำเอลเบอ เมืองเก่ากะทัดรัดและคนแน่นมากตั้งแต่ช่วงสายๆ การตื่นเช้าจึงคุ้ม

เวียนนาให้ 2 คืนแทน 3 เพราะรถไฟไปบูดาเปสต์มีถี่และเร็ว นั่งคาเฟ่สักรอบ ดูวังสักแห่ง แล้วไปต่อ

บูดาเปสต์เป็นเมืองที่ถูกที่สุดใน 5 เมืองและเหมาะกับการปิดทริป เพราะช่วงสุดท้ายใช้เวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมง วันที่มาถึงจึงแทบเหลือทั้งวัน เก็บบ่อน้ำพุร้อน และอาคารรัฐสภาที่มองจากอีกฝั่งของแม่น้ำดานูบ

3 คืนในเมืองหนึ่งแปลว่ามีเวลาเต็มสองวัน และบนเส้นทางนี้ วันที่สองมักคุ้มกว่าถ้าออกนอกเมืองไปสักหนึ่งชั่วโมง ทั้งหมดด้านล่างเป็นรถไฟชานเมืองหรือรถไฟท้องถิ่น ซื้อตั๋ววันเดินทางได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องตั๋วล่วงหน้า
| ออกจาก | ไปที่ | เที่ยวเดียว | ทำไมถึงคุ้ม |
|---|---|---|---|
| อัมสเตอร์ดัม | ฮาร์เลม | 15 นาที | อัมสเตอร์ดัมในจินตนาการ แต่คนน้อยกว่าสี่เท่า |
| อัมสเตอร์ดัม | ซานเซอ สคันส์ (ผ่านซานไดค์) | 20 นาที | กังหันลมริมน้ำที่หมุนจริง เต็มครึ่งวันสบายๆ |
| อัมสเตอร์ดัม | อูเทรกต์ | 25 นาที | คลองที่อยู่ระดับน้ำ เมืองนักศึกษา ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ |
| เบอร์ลิน | พอทซ์ดัม | 40 นาที | พระราชวังซองซูซีและสวน วันที่อากาศดีอยู่ได้ทั้งวัน |
| เบอร์ลิน | โอราเนียนบวร์ก | 45 นาที | อนุสรณ์สถานซัคเซนเฮาเซน หนักแต่คุ้มค่าหนึ่งเช้า |
| ปราก | คุตนาโฮรา | 1 ชั่วโมง | โบสถ์กระดูกและมหาวิหารในเมืองเล็กที่เงียบ |
| ปราก | คาร์ลชไตน์ | 40 นาที | ปราสาทบนสันเขาในป่า เดินจากสถานีได้ |
| เวียนนา | บราติสลาวา | 1 ชั่วโมง | ประเทศที่หกก่อนมื้อเที่ยง แถมของถูกกว่า |
| เวียนนา | เมลค์ | 1 ชั่วโมง | แอบบีย์ที่มองลงแม่น้ำดานูบ ประตูสู่หุบเขาวาเคา |
| บูดาเปสต์ | เซนเทนเดร | 40 นาที | เมืองเก่าริมแม่น้ำ ไปด้วยรถไฟชานเมือง HÉV |
| บูดาเปสต์ | เกอเดอเลอ | 45 นาที | วังฤดูร้อนของราชวงศ์ฮับส์บวร์ก โดยไม่ต้องต่อคิวแบบเวียนนา |

ตัวเลือกที่หลายคนมองข้ามคือบราติสลาวา อยู่คนละประเทศแต่ห่างจากสถานีกลางเวียนนาแค่หนึ่งชั่วโมง เมืองเก่ามีขนาดพอเดินให้ทั่วได้ระหว่างรถไฟสองขบวน สโลวาเกียอยู่ใน eSIM แบบภูมิภาคใบเดียวกับอีก 5 ประเทศที่นอนค้าง การไปเที่ยวหนึ่งวันจึงไม่มีค่าดาต้าเพิ่ม

ใบเดียว แพ็กเกจภูมิภาคครอบคลุมทั้ง 5 ประเทศด้วยโปรไฟล์เดียว ข้ามชายแดน 4 ครั้งโดยไม่ต้องแตะเครื่องเลย ซื้อแพ็กเกจรายประเทศ 5 ใบจะแพงกว่า เหลือดาต้าค้างในทุกใบ และต้องติดตั้ง 5 รอบ ข้อยกเว้นคือแผนที่อยู่ประเทศเดียวเกือบทั้งทริปแล้วแวะประเทศอื่นแค่คืนเดียว กรณีนั้นแพ็กเกจรายประเทศบวกกับความอดทนนิดหน่อยถูกกว่าจริง วิธีเลือกระหว่างแพ็กเกจรายประเทศ ภูมิภาค และทั่วโลก มีตัวเลขให้ดู
เช็กอย่างหนึ่งก่อนซื้อ ถ้าเบอร์ที่ใช้อยู่เป็นของผู้ให้บริการในสหภาพยุโรปหรือ EEA การโรมมิ่งในอัตราเดียวกับในประเทศจะครอบคลุมทริปนี้ทั้งหมดอยู่แล้วโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม และไม่ต้องใช้ eSIM สำหรับนักเดินทาง บทความนี้เขียนให้คนที่มาจากนอกพื้นที่นั้น รวมถึงเบอร์จากสหราชอาณาจักรที่ค่าโรมมิ่งกลับมาแล้ว ซึ่งทางเลือกคือจ่ายเป็นรายวัน
ดาต้าในทริปรถไฟหมดเป็นช่วงสั้นแต่เข้มข้น เพราะจังหวะที่ต้องออนไลน์ล้วนเป็นจังหวะที่รอไม่ได้ ชานชาลาเปลี่ยน ตอนแตะตั๋วผ่านประตู ที่อยู่ของที่พัก ส่วนการเลื่อนดูอะไรเรื่อยๆ กลับกินดาต้าน้อยกว่ามาก
| สิ่งที่ทำทุกวัน | ดาต้าโดยประมาณ |
|---|---|
| แผนที่และนำทางเดินเท้า | 50 ถึง 150 MB |
| แอปรถไฟ สถานะขบวน และตั๋ว | 20 ถึง 50 MB |
| แชตและส่งรูปให้ที่บ้าน | 100 ถึง 250 MB |
| ดูวิดีโอหรือฟังเพลงเป็นครั้งคราว | 300 MB ขึ้นไปต่อชั่วโมง |
ถ้าไม่ดูวิดีโอ คนส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 500 MB ถึง 1 GB ต่อวัน ตัวเลข 10 GB มาจากตรงนี้ ถ้าตั้งใจจะดูวิดีโอในช่วงที่นั่งนานๆ ให้เผื่อราว 15 GB หรือเติมดาต้าระหว่างทางซึ่งชัวร์กว่าการซื้อเผื่อไว้เยอะตั้งแต่แรก หนึ่งวันของการเดินทางใช้ดาต้าเท่าไรจริงๆ มีตัวเลขแยกตามแอป
ทุกบริษัทบนเส้นทางนี้โฆษณาไวไฟบนขบวน แต่ไม่มีเจ้าไหนที่ใช้เป็นช่องทางออนไลน์ช่องทางเดียวได้ สัญญาณหลุดในอุโมงค์ ช้าลงเมื่อผู้โดยสารเต็ม และในช่วงข้ามพรมแดนมักหยุดทำงานไปเลยตอนที่ขบวนสลับเครือข่าย ให้มองว่าเป็นของแถมระหว่างเมือง และอย่าให้ตั๋วของคุณต้องพึ่งมัน

ก่อนขึ้นขบวน ให้เซฟตั๋วเป็น PDF หรือบันทึกออฟไลน์ในแอปไว้ก่อน การที่แอปต่อเน็ตไม่ได้จนผ่านประตูตรวจตั๋วไม่ได้ คือเส้นทางที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้ปัญหาดาต้ากลายเป็นการตกรถไฟ
รถไฟแต่ละประเทศมีแอปของตัวเอง และทุกแอปขออินเทอร์เน็ตในจังหวะที่คุณอยากพึ่งมันน้อยที่สุด ติดตั้งและล็อกอินให้เรียบร้อยตั้งแต่อยู่บ้าน
ระหว่างนั้นให้ดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ของทั้ง 5 เมืองไว้ด้วย เช็กลิสต์เตรียมตัวแบบออฟไลน์ รวมสิ่งที่ควรโหลดไว้ก่อนที่ไวไฟดีๆ จะหายไป
แต่ละประเทศบนเส้นทางนี้มีเครือข่ายระดับประเทศ 3 ราย และ eSIM สำหรับนักเดินทางจะเกาะรายใดรายหนึ่งเมื่อข้ามพรมแดน เนเธอร์แลนด์มี KPN, Odido และ Vodafone เยอรมนีมี Telekom, Vodafone และ O2 เช็กมี O2, T-Mobile และ Vodafone ออสเตรียมี A1, Magenta และ Drei ฮังการีมี Magyar Telekom, Yettel และ One ไม่ต้องทำอะไรตรงชายแดน เครื่องจะเกาะใหม่ให้เอง โดยปกติภายในไม่กี่นาที และอาจนานกว่านั้นเล็กน้อยในช่วงที่วิ่งเร็ว
ถ้าข้ามพรมแดนแล้วดาต้าไม่กลับมา ส่วนใหญ่เกิดจากเครื่องยังเกาะเครือข่ายเดิมที่ไปไม่ถึงแล้ว เปิดโหมดเครื่องบิน 10 วินาทีแล้วปิด จะบังคับให้ค้นหาใหม่ และมักแก้ได้แค่นี้ ขั้นตอนทั้งหมดอยู่ใน เมื่อดาต้าหยุดทำงานระหว่างอยู่ต่างประเทศ ส่วนพื้นที่ให้บริการรายประเทศดูได้ในหน้าจุดหมายปลายทางแต่ละแห่ง
ติดตั้ง eSIM บนไวไฟที่บ้าน ปิดเบอร์นั้นไว้ก่อน แล้วค่อยเปิดตอนถึงอัมสเตอร์ดัม ตั้งให้เบอร์นี้เป็นเบอร์สำหรับดาต้า และเปิดดาต้าโรมมิ่งเฉพาะเบอร์นี้เบอร์เดียว ส่วนเบอร์เดิมให้ปิดทั้งดาต้าและโรมมิ่งเพื่อไม่ให้มีค่าใช้จ่ายงอกขึ้นมา การตั้งค่ามีเท่านี้ และอีก 4 ประเทศที่เหลือก็ใช้ต่อได้เลยโดยไม่ต้องแก้อะไร
ตั๋วโดยสารต้องจอง ค่าโดยสารล่วงหน้าขยับขึ้นเมื่อที่นั่งเต็ม การซื้อเร็วจึงเป็นวิธีประหยัดที่ได้ผลที่สุดของทริปนี้ ส่วนการจองที่นั่งเป็นทางเลือกทั้ง 4 ช่วง แต่คุ้มค่าไม่กี่ยูโรสำหรับช่วงอัมสเตอร์ดัมถึงเบอร์ลินและช่วงกลางฤดูร้อน
อัมสเตอร์ดัมถึงเบอร์ลิน ใช้เวลาไม่ถึง 6 ชั่วโมงด้วยขบวน ICE ตรง การวางช่วงนี้ไว้เป็นลำดับที่สองทำให้อีก 3 ช่วงที่เหลืออยู่ที่ราว 4 ชั่วโมงหรือน้อยกว่า
ได้ และคุ้มที่จะเทียบกับตั๋วล่วงหน้า 4 ใบ ถ้าจะแวะเพิ่มหรืออยากตัดสินใจเป็นวันๆ บัตรมักได้เปรียบ แต่ถ้าวิ่งแค่ 5 เมืองนี้พอดี ตั๋วล่วงหน้าที่ซื้อไว้เนิ่นๆ มักถูกกว่า
เบอร์ลินถึงปราก ช่วงท้ายเลาะแม่น้ำเอลเบอระหว่างเดรสเดนกับชายแดนเช็ก ฝั่งหนึ่งเป็นแม่น้ำ อีกฝั่งเป็นหน้าผาหินทราย ให้นั่งฝั่งขวาของทิศทางเดินรถเมื่อออกจากเบอร์ลิน
จริง แพ็กเกจภูมิภาคยุโรปครอบคลุมทั้งเส้นทางด้วยโปรไฟล์เดียว ข้ามทุกชายแดนได้โดยไม่ต้องตั้งค่าใหม่หรือสลับเบอร์ รวมถึงทริปวันเดียวไปประเทศเพื่อนบ้านอย่างสโลวาเกียด้วย
ได้ ลดเหลือเมืองละ 2 คืนจะย่อลงมาเหลือราว 10 วัน การเตรียมเรื่องดาต้าเหมือนเดิม เปลี่ยนแค่ปริมาณที่ซื้อ
แพ็กเกจภูมิภาคครอบคลุมยุโรปกว้างกว่า 5 ประเทศนี้มาก การแวะโปแลนด์ สโลวาเกีย หรือสโลวีเนียจึงไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่ม รายชื่อประเทศที่ครอบคลุมอยู่ในหน้าจุดหมายปลายทาง
รับ eSIM เดินทางที่ใช้ได้ใน 200+ จุดหมายปลายทาง ใช้เวลาไม่ถึงนาที
รับ eSIM ยุโรป ของคุณ →